คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๘/๒๕๕๘ เรื่องการให้กรรมการหรือคณะกรรมการตามกฎหมายบางฉบับปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

      ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑๘/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๘ เรื่องการให้กรรมการหรือคณะกรรมการตามกฎหมายบางฉบับปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ข้อ ๒ มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยโดยตรง ดังนี้

 

ประการแรกบทบัญญัติว่า “ให้สภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ ประกอบด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยกรรมการสภามหาวิทยาลัยเท่าที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน”นั้น หมายความว่า กำหนดให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยที่มีอยู่ในปัจจุบัน ประกอบด้วย นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่เหลืออยู่ เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐

 

โดยที่พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้กำหนดองค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัยไว้ว่า มาตรา ๑๗ ให้มีสภามหาวิทยาลัยประกอบด้วย (๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งจากพระเถระ (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง ได้แก่ อธิการบดี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการสภาการศึกษา (๓) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนเจ็ดรูป ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งจากพระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีหรือคณบดี โดยคำแนะนำของกรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง (๔) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าหกรูปหรือคน แต่ไม่เกินแปดรูปหรือคน ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งจากพระภิกษุหรือคฤหัสถ์ โดยคำแนะนำของกรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง และในจำนวนนี้จะต้องเป็นพระภิกษุไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ทั้งนี้ สภามหาวิทยาลัยขาดองค์ประกอบจากกรรมการตามมาตรา ๑๗ (๓) เนื่องจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามองค์ประกอบในมาตรา ๑๗ (๓) พ้นจากตำแหน่งเพราะมรณภาพ ขาดคุณสมบัติเพราะพ้นจากตำแหน่งบริหาร ประกอบกับอธิการบดีพ้นจากตำแหน่งตามวาระ จึงทำให้เกิดช่องว่างทางข้อกฎหมายไม่สามารถดำเนินการเสนอแต่งตั้งกรรมการตามองค์ประกอบนี้ได้

 

ประการที่สอง บทบัญญัติว่า “ทั้งนี้ ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ต้องมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม”หมายความว่า กำหนดให้กรรมการกึ่งหนึ่งของกรรมการสภามหาวิทยาลัยเท่าที่มีอยู่หรือเหลืออยู่ เป็นองค์ประชุมของสภามหาวิทยาลัย ทั้งนี้ เนื่องจากข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัย ข้อ ๑๔ กำหนดว่า “การประชุมสภามหาวิทยาลัยต้องมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยอยู่ในที่ประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม” ส่งผลให้ในหลายปีที่ผ่านมา เกิดปัญหาขึ้นในการประชุมสภามหาวิทยาลัย หรือสภามหาวิทยาลัยไม่สามารถประชุมได้เนื่องจากไม่ครบองค์ประชุม ส่งผลกระทบต่อการบริหารและการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัย การดำเนินการต่าง ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบ อนุมัติ หรืออนุญาต ต้องหยุดชะงักหรือเกิดความล่าช้า ดังนั้น โดยคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับนี้ จะช่วยให้สภามหาวิทยาลัยสามารถทำงานได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านองค์ประชุมของสภามหาวิทยาลัย

 

ประการที่สาม บทบัญญัติว่า “กรณีที่สภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยเห็นสมควรจะต้องมีการแต่งตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยแทนตำแหน่งที่ว่างลงหรือแต่งตั้งเพื่อให้ครบองค์ประกอบตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไปได้” หมายความว่า ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยว่างลง เช่น ปัจจุบันตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๑๗ (๔) ว่างอยู่ ๒ ตำแหน่ง ก็ให้ผู้เกี่ยวข้องซึ่งหมายถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง สภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ดำเนินการเสนอแต่งตั้ง หรือในกรณีที่สภามหาวิทยาลัยขาดองค์ประกอบกรรมการสภามหาวิทยาลัยจากผู้บริหาร ตามาตรา ๑๗ (๓) ก็ให้ผู้เกี่ยวข้องซึ่งหมายถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง สภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ดำเนินการเสนอแต่งตั้งได้ตามกฎหมาย

 

ประการที่สี่ บทบัญญัติว่า “และเมื่อมีองค์ประกอบครบถ้วนตามมาตรา ๑๗ แล้ว ให้ยกเลิกความในข้อนี้” หมายความว่า เมื่อได้ดำเนินการให้สภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย มีกรรมการครบองค์ประกอบตามมาตรา ๑๗ (๑), (๒), (๓), และ (๔) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ แล้ว ให้ยกเลิกความในข้อ ๒ ของคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑๘/๒๕๕๘ กล่าวคือ ไม่นำมาใช้บังคับอีกต่อไป

 

 

 

 

 

Share