๑๒๓ ปี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

 

        พุทธศักราช ๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตั้งวิทยาลัยขึ้นในวัดบวรนิเวศวิหารในปีพ.ศ. ๒๔๓๖ พระราชทานนามว่ามหามกุฏราชวิทยาลัยให้เป็นที่เฉลิมพระบรมราชาภิไธย ถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์เฉลิมพระเกียรติแด่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ผู้ทรงเป็นปราชญ์ทางพระพุทธศาสนา ทรงอุทิศพระราชทรัพย์บำรุงประจำปีและเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดมหามกุฏราชวิทยาลัยเมื่อวันที่๑ตุลาคมพุทธศักราช๒๔๓๖ และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์

                  มหามกุฏราชวิยาลัยเปิดดำเนินกิจการตามพระราชประสงค์เมื่อวันที่ ๑ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๖ภายใต้วัตถุประสงค์หลักของการดำเนินกิจการที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสองค์สภานายกมหามกุฏราชวิทยาลัยในขณะนั้นได้กำหนดและวางรูปแบบการดำเนินกิจการของมหามกุฏราชวิทยาลัย สนองพระเดชพระคุณในสมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า โดยมีเป้าหมายพัฒนาให้เป็น มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา ไว้ดังนี้

                  ๑. เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาพระปริยัติธรรมของพระสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย

                  ๒. เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาวิทยาซึ่งเป็นของชาติภูมิและต่างประเทศแห่งกุลบุตร

                  ๓. เพื่อเป็นสถานที่จัดการสั่งสอนพระพุทธศาสนา

                  พุทธศักราช๒๔๘๘สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์(ม.ร.ว.ชื่น  นภวงศ์) นายกกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัยสมัยต่อมา ทรงประกาศจัดตั้ง สถาบันการศึกษาชั้นสูงทางพระพุทธศาสนา ขึ้นในรูปมหาวิทยาลัยประทานชื่อว่า สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เปิดทำการเรียนการสอนในรูปแบบมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรีตั้งแต่วันที่๑๖กันยายนพุทธศักราช๒๔๘๙เป็นต้นมา

                  พุทธศักราช๒๕๔๐พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยพุทธศักราช๒๕๔๐ประกาศบังคับใช้ตั้งแต่วันที่๑ตุลาคม๒๕๔๐เป็นต้นมาและด้วยพระราชบัญญัติดังกล่าวทำให้มีการปรับเปลี่ยนสถานภาพมหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่เป็นนิติบุคคล(มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ) มีภารกจิหลักตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐คือเป็นสถานศึกษาและวิจัยมีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาวิจัยส่งเสริมและให้บริการทางวิชาการพระพุทธศาสนาแก่พระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์รวมทั้งการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

 

 

 

 

 

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๔

 

 

 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๕

 

 

 

 

สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส    

 

 

 

สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์

 

 

 

 

 

 
 
Share