มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยเข้าร่วมงานวันวิสาขบูชา 'เทศกาลโคมไฟดอกบัว' Lotus Lantern Festival ๒๐๑๗ ณ สาธารณรัฐเกาหลี

      มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ส่งบุคลากรเข้าร่วมงานวันวิสาขบูชา เทศกาลโคมไฟดอกบัว (Lotus Lantern Festival  2017) ณ สาธารณรัฐเกาหลี Republic of Koreaในช่วงระหว่างวันที่ ๒๗  เมษายนถึงวันที่ ๑  พฤษภาคม  ๒๕๖๐ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้มอบหมายให้ พระศรีวินยาภรณ์,ดร. ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการศึกษา และพระครูปลัดสุวัฒนเมธาคุณ,ดร. รักษาการหัวหน้าสำนักงานอธิการบดี เป็นตัวแทนพระสงฆ์ไทยเข้าร่วมงาน

     สมาคมพุทธศาสนาในสาธารณรัฐเกาหลี (Association of Korean Buddhist Orders)และเทศบาลกรุงโซล ร่วมกันจัดงานวิสาขบูชา เทศกาลโคมไฟดอกบัว (Lotus Lantern Festival 2017)     ทั้งนี้ได้มีการเชิญพระสงฆ์และผู้แทนสื่อมวลชนจาก ๑๑ ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา มองโกเลีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ไต้หวัน ราชอาณาจักรกัมพูชา ฝรั่งเศส และราชอาณาจักรไทย เข้าร่วมงานตั้งแต่วันที่ ๒๗  เมษายนถึงวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐

    

    ในส่วนของประเทศไทยนั้น ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติพิจารณาเห็นว่า ม.มหามกุฏราชวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาทางพระพุทธศาสนาชั้นสูง มีบทบาทด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในประเทศและต่างประเทศ  จึงมอบหมายให้ทางมหาวิทยาลัยคัดเลือกบุคลากรที่พร้อมจะปฏิบัติงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ  และทางมหาวิทยาลัยได้พิจารณาว่า  พระศรีวินยาภรณ์,ดร. ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการศึกษา และพระครูปลัดสุวัฒนเมธาคุณ,ดร. รักษาการหัวหน้าสำนักงานอธิการบดี คือพระภิกษุผู้เหมาะสม เป็นตัวแทนประเทศไทยปฏิบัติภารกิจทั้ง ๕ วัน

 

       สำหรับกิจกรรมหลักนั้นเริ่มต้นตั้งแต่เช้าวันที่  ๒๘  เมษายน ทางคณะผู้จัดงานได้เชิญผู้แทนพระสงฆ์จากประเทศต่างๆ เข้าเยี่ยมชมพื้นที่เขตปลอดทหาร Imjingak (DMZ area) พื้นที่กั้นกลางระหว่างชายแดนเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ ทั้งนี้คณะพระสงฆ์นานาชาติได้ร่วมกันตั้งจิตภาวนา ลั่นระฆังสัญลักษณ์แห่งสันติสุข และเขียนข้อความบนริบบิ้นหลากสีสัน แล้วนำไปผูกกับรั้วลวดเหล็กเส้นกั้นเขตแดนระหว่างสองชาติ ซึ่งเต็มไปด้วยริบบิ้นที่บันทึกข้อความต่างชาติต่างภาษา แต่มีความหมายเดียวกันคือ การคาดหวังให้เกิดสันติภาพและความสงบสุขบนดินแดนแห่งนี้  หลังจากเดินทางกลับจากเขตปลอดทหารแล้วได้เข้าพบคณะสงฆ์นิกายโชเก สมาคมพุทธศาสนาในสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ

     ในช่วงบ่ายของวันที่  ๒๙  เมษายน คณะพระสงฆ์ทั้ง ๑๑ ชาติได้เข้าพบกับ Ven. Jaseung  President of the Jogye Order ผู้ปกครองคณะสงฆ์นิกายโชเก ที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของพุทธศาสนาเกาหลีใต้ในปัจจุบัน  ณ วัดโชกเยซา (Jogyesa Temple)  หนึ่งในสถานที่สำคัญของการจัดเทศกาลโคมไฟดอกบัว ซึ่งวัดนี้ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ ๑๙๑๐ เป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายหลักของเกาหลี ตัววัดตั้งอยู่กลางเมืองใกล้พระราชวังคยองบกกุง Gyeongbokgung Palace และอยู่ไม่ห่างจากถนนอินซาดง ย่านการค้าชื่อดังที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะซื้อของฝาก  

     ต่อจากนั้นจึงเดินทางไปร่วมงานพิธีเปิดเทศกาลโคมไฟดอกบัว ที่ถูกจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยทงกุก Dongguk University  มหาวิทยาลัยทางพระพุทธศาสนานิกายมหายานที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๔๙ อยู่ในเขตจุงกู ทางตอนเหนือของภูเขานัมซาน เป็นมหาวิทยาลัยที่มีภูมิทัศน์งดงามอย่างมาก เป็นศูนย์จัดเก็บรวมรวบ แปลและจัดพิมพ์พระไตรปิฏกฉบับเกาหลี  ทั้งนี้เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการที่มหาวิทยาลัยทงกุกแล้ว คณะสงฆ์นานาชาติยังได้ร่วมเดินในขบวนพาเหรด (Lantern Parade) เป็นระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร

ถวายของที่ระลึกให้กับ Ven. Jaseung  President of the Jogye Order 

      งานเทศกาลโคมไฟดอกบัว Lotus Lantern Festival –‘Yeon Deung Hoe’จะถูกจัดเป็นประจำทุกปีในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ ก่อนวันวิสาขบูชาของเกาหลีประมาณ ๑ สัปดาห์ กำหนดการจัดงานจะนับตามปฏิทินทางจันทรคติ โดยปกติจะตรงกับช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม  จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันประสูติของพระพุทธเจ้า เป็นหนึ่งในเทศกาลที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่สุด และเป็นเทศกาลที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมเกาหลีได้อย่างลึกซึ้ง  ช่วงนี้จะมีการจัดกิจกรรมหลายอย่าง ทั้งการประดับโคมไฟสีสันสดใสตามอาคารสถานที่ มีการปิดถนนจัดนิทรรศการทางพระพุทธศาสนา  ออกร้านแสดงศิลปวัฒนธรรม  วิถีชีวิตของชุมชนต่างๆ  ในช่วงกลางคืนยังมีการแสดงดนตรีและการร่ายรำ ด้วยจังหวะทำนองที่สนุกสนาน แต่เนื้อหาของบทเพลงนั้นแฝงไว้ด้วยธรรมะและสรรเสริญการประสูติของพระพุทธเจ้า ตามบริบทของพุทธศาสนานิกายมหายานพึงกระทำได้  ทั้งยังเป็นแนวทางของพุทธศาสนาสมัยใหม่ของเกาหลี ที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ ที่เป็นทั้งแรงบันดาลใจและคู่แข่งสำคัญ  ผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวทางการเผยแผ่ศาสนาให้มีความร่วมสมัย เข้าถึงวิถีชีวิตและค่านิยมคนยุคใหม่ได้ง่ายมากขึ้น พุทธศาสนาในเกาหลีจึงเฟื่องฟูกลับมาเป็นศาสนาสำคัญได้อีกครั้ง

      นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเด่นของเทศกาลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือ ขบวนพาเหรดโคมไฟ (Lantern Parade)  โดยขบวนจะเริ่มเคลื่อนตัวที่สนามกีฬาทงแดมุน ไปจนถึงวัดโชกเยชา รวมระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร ในขบวนพาเหรด จะถูกประดับตกแต่งไปด้วย โคมไฟหลากหลายรูปแบบสวยงามตระการตา ทั้งในแนวอนุรักษ์นิยมที่เป็นสัญลักษณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา และแนวร่วมสมัย โดยมีชาวเกาหลีรวมไปถึงนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้ความสนใจ จับจองพื้นที่เต็มทั้งสองฝั่งถนนเพื่อรอชมขบวนพาเหรดโคมไฟอันน่าประทับใจ

      และไม่ใช่เฉพาะชาวเกาหลีเท่านั้นที่เข้าร่วมในเทศกาลโคมไฟดอกบัว  ยังมีอีกหลายชาติที่มีส่วนร่วมในเทศกาลนี้  ทั้งการเดินขบวนพาเหรด จัดบูธนิทรรศการด้านพระพุทธศาสนา และออกร้านเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ทั้งชาวเวียดนาม เมียนมา ศรีลังกา เนปาล อินเดียรวมไปถึงประเทศไทยที่ในปีนี้ ชุมชนไทยที่เป็นผู้แทนวัด ๓ แห่งในสาธารณรัฐเกาหลี ได้แก่วัดพุทธรังสี  เมืองพงดัม วัดธรรมเจติยาราม เมืองอันซาน และวัดภาวนาหยางจู เมืองหยางจู  ได้ร่วมกันจัดบูธนิทรรศการเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยพร้อมการแสดงนาฏศิลป์ และเตรียมคนมาเข้าร่วมเดินในขบวนพาเหรดกว่า ๑๕๐ คน  แต่งกายด้วยชุดประจำชาติสวยงามตามขนบธรรมเนียมไทย

รวมภาพบรรยากาศเทศกาลโคมไฟดอกบัวLotus Lantern Festival –‘Yeon Deung Hoe’

เริ่มต้นเปิดเทศกาลด้วยการร่ายรำในบทเพลงที่มีเนื้อหากล่าวสรรเสริญการประสูติของพระพุทธเจ้า ว่าเป็นความสุขของโลก

สนามกีฬามหาวิทยาลัยทงกุกเต็มไปด้วยผู้คนที่เข้าร่วมงานเทศกาล ซึ่งในแต่ละปีมีนักแสดงที่เข้าร่วมในขบวนพาเหรดกว่าสามหมื่นคน

เสน่ห์อีกอย่างของเทศกาลโคมไฟดอกบัวคือไม่ได้จำกัดเพียงแค่ชาวพุทธหรือคนเกาหลีเท่านั้น ทุกคนไม่ว่าจะชนชาติหรือนับถือศาสนาใดๆ ก็สามารถเข้าร่วมได้ทุกคน 

เทศกาลนี้เปิดโอกาสให้ผู้พิการได้มีส่วนร่วมในขบวนพาเหรดด้วย

ชาวไทยเข้าร่วมในขบวนพาเหรดกว่า ๑๕๐ คน จัดเต็มด้วยชุดที่แสดงถึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยอันสวยงามเป็นที่ประทับใจของชาวเกาหลีและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

บรรยากาศการเฉลิมฉลองหน้าวัดโชกเยซา วัดสำคัญในการจัดงานโคมดอกบัว ตรงจุดนี้เต็มไปด้วยผู้ร่วมงานชาวเกาหลีและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

บรรยากาศครึ้นเครงเป็นอย่างมาก ชาวเกาหลีส่วนใหญ่ชอบการร้องรำทำเพลง และต้องทำให้เบิกบานใจที่สุด ถ้าเวลางานก็ตั้งใจทำงานให้สุด เวลาเล่นก็เช่นกัน

เป็นเทศกาลที่มีแต่รอยยิ้มและความสุข

บรรยากาศยามค่ำคืนของเทศกาลโคมไฟดอกบัว ในบริเวณคลองซองเกชอน คลองโบราณตั้งแต่สมัยราชวงศ์โซซอนที่ถูกรีโนเวทใหม่ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ที่ทั้งสวยงามและโรแมนติก

หนุ่มมาดเข้มบรรเลงขลุ่ยแทกึมดังกังวานหน้าลานพระราชวังคยองบกกุง

ถนนคนเดินเกาหลีคึกคักตั้งแต่เช้ายันค่ำ

เยี่ยมชมบูธของประเทศไทย

การแสดงที่บูธไทยได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม

หนุ่มๆชาวเมียนมากำลังเล่นเครื่องดนตรีประจำชาติ ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าชมบูธของตัวเอง

ไอเทมสัญลักษณ์ของงานถูกประดับไปทุกที่ ไม่เว้นบนรถเข็นของเด็กน้อย

ภาพบรรยากาศงานวัดสไตล์เกาหลี อาจจะมีภาพที่ไม่คุ้นเคยกับคนไทยอย่างพระมากระโดดเชือกเล่นกับเด็กๆแต่เป็นวิถีปกติของที่นี่ ที่พระอาจจะมีเกมส์หรือการละเล่นหลากชนิดให้กับเด็กๆ ควบคู่ไปกับการสอนธรรมะ -ด้านล่างซ้ายเป็นบูธสอนการทำโคมดอกบัว,บูธนวดฟรีที่นักท่องเที่ยวสนใจทดลองใช้บริการกันเยอะ,หมอดูไพ่ทาโร่พร๊อพเต็มตามสไตล์คนเกาหลี"ถ้าทำอะไรต้องทำให้ถึงที่สุด" 

ในช่วงเทศกาลผู้คนจะพากันมาไหว้พระที่วัด ซื้อโคมกระดาษกับเทียน เขียนชื่อตัวเองและคนในครอบครัว แล้วนำไปแขวนไว้กับลวดตามจุดต่างๆที่ทางวัดจัดไว้ให้ ต่อจากนั้นจึงสวดมนต์ขอพรต่างๆตามแต่ใจต้องการ โคมไฟสีสันสดใสจะใช้ในทางมงคล ส่วนโคมไฟขาวดำจะเขียนชื่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้วเพื่ออุทิศส่วนกุศล

MBUNEWS

08/05/2560

 
Share