Black Ribbon

มมร จัดงานสมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด"การขับเคลื่อนพลังบวร สู่การเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน"

                มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยร่วมกับองค์กรภาครัฐและเครือข่ายองค์กรชาวพุทธ   จัดงานสมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการประเพณีวันสำคัญของชาติและศาสนา วันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2560 เมื่อวันศุกร์ที่ ๗ กรกฏาคม ๒๕๖๐ ณ ห้องคอนเวนชั่น โรงแรมรามาการ์เด้นท์  โดยพระพรหมเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส   ซึ่งการประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอในการร่วมกันแก้ไขปัญหาวิกฤติของพระพุทธศาสนาให้ฟื้นคืนกลับมาในจิตใจของพุทธศาสนิกชนไทย และกำหนดแนวทางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาร่วมกันของหน่วยงาน องค์กร รวมไปถึงผู้มีส่วนร่วมทั้งภาครัฐและเอกชน ภายใต้แนวคิด “การขับเคลื่อนพลังบวร สู่การเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน”

พระพรหมเมธี ประธานในพิธี     

       พระพรหมเมธี ประธานในพิธีกล่าวสัมโมทนียกถาว่า วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงพระธรรมเทศนาเป็นครั้งแรก จนมีพระรัตนตรัยครบองค์ 3 การจัดการประชุมสมัชชานี้ จึงเป็นการประชุมที่กำหนดแนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

       ขณะที่ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืนโดยประชารัฐ" ว่ารัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติให้ดำรงคงไว้ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้หลักจริยธรรมไปใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินให้มีธรรมาภิบาล และส่งเสริมให้คนไทยมีค่านิยมหลัก 12 ประการในจิตใจ อีกทั้งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชน ประดับธงชาติเคียงคู่ธงธรรมจักร ตามอาคาร บ้านเรือน ในช่วงวันสำคัญทางศาสนา อาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาด้วย เพื่อเป็นการยืนยันในการเคารพบูชา และให้พระพุทธศาสนาเจริญงอกงามสืบไป

 

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืนโดยประชารัฐ" 

พระเทพบัณฑิต อธิการบดี มมร กล่าวปาฐกถาพิเศษ "มมร กับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา" 

        หลังจากนั้น พระเทพบัณฑิต อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "มมร กับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา" เพื่อยืนยันถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และยังได้กล่าวขอบคุณภาคส่วนต่างๆ ที่ได้มาร่วมงานสมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในครั้งนี้

        นอกจากนี้ในช่วงเช้ายังมีการเสวนาในหัวข้อ "การขับเคลื่อนพลังบวร สู่การเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน" โดยพระเมธาวินัยรส รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย , ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, และศิลปิน นักแสดง กิ๊ก-มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ดำเนินการเสวนาโดย คุณอดิศักดิ์ ศรีสม พิธีกรชื่อดัง

การเสวนาในหัวข้อ "การขับเคลื่อนพลังบวร สู่การเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน" 

      ส่วนในช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมการประชุมได้แบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นและวางแนวทางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาภายใต้แนวคิด "บวร" เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยแบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมสมัชชาเป็น กลุ่มบ้าน (ประชาชนทั่วไป) กลุ่มวัด (ภาคคณะสงฆ์) และกลุ่มราชการโรงเรียน (ภาครัฐ) ได้มีการสรุปข้อเสนอการระดมความคิดของแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้งการรับรองมติสมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครั้งที่ ๒ โดยมีหม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  เป็นผู้แทนรัฐบาลรับมอบมติสมัชชา และแสดงปาฐกถาพิเศษ "พระมหากษัตริย์ไทยกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา"

        สำหรับมติสมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติครั้งที่ ๒ นี้มีข้อสรุปทั้งสิ้น ๖ ข้อคือ

        ๑. ให้รัฐบาลส่งเสริมให้เกิดและรวบรวมทำเนียบเครือข่ายจิตอาสาด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา รวมถึงจัดทำแนวทางการพัฒนาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับพระไตรปิฎก

        ๒. ให้รัฐบาล หน่วยงาน เครือข่าย และพื้นที่ ร่วมกันค้นหา ยกย่องบุคคลต้นแบบด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา,ชุมชนต้นแบบวิถีพุทธ เช่นหมู่บ้านศีลห้า ฯลฯ พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานของบุคคลและชุมชนต้นแบบดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

        ๓. ให้รัฐบาล และองค์กรด้านสื่อสารส่งเสริม สนับสนุนการผลิตสื่อเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งในส่วนเครือข่ายชาวพุทธ และสื่อสารมวลชน พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณตามความจำเป็นและเหมาะสม รวมทั้งมีกลไก ตรวจสอบ เฝ้าระวัง และตอบโต้การเผยแผ่ที่มีผลเชิงลบ นอกจากนั้นควรพิจารณาจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุ เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นการเฉพาะ

        ๔.ให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการวิจัยเพื่อพัฒนาการเผยแพร่พระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง มีการสร้างความร่วมมือดำเนินการวิจัยเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

          ๕. เสนอให้รัฐบาล มอบหมายให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ดำเนินการสนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่พระ เด็กและเยาวชน หน่วยงาน องค์กร เครือข่าย และพื้นที่ ให้ดำเนินการด้วยความมีเอกภาพในทุกระดับ

          ๖. ผลักดันให้พระพุทธศาสนา ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไทยนับถือเป็นศาสนาประจำชาติ และศาสนาประจำชีวิต รวมทั้งผลักดันให้เกิดธนาคาร กองทุน เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

 

ภายในงานมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ชุด "ศาสนาพาพ้นทุกข์ สังคมสุขสืบยุคสมัย"

          วันอาสาฬบูชาได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรก คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งถือเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาขึ้นครั้งแรกในพุทธสมัยของพระพุทธองค์ เพื่อรำลึกถึงพระพุทธคุณ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย จึงได้จัดการประชุมวิชาการระดับประเทศภายใต้ชื่องาน "สมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครั้งที่ ๑ " เมื่อวันพุธที่ ๑๓ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ แกรนด์บอลรูม โรงแรมเซ็นทรา  ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ซึ่งได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากองค์กรภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์การเผยแผ่พระพุทธศาสนา จึงได้จัดการประชุมสมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติครั้งที่ ๒ ขึ้น อีกทั้งยังตั้งเป้าหมายว่าจะจัดขึ้นเป็นประจำต่อเนื่องทุกปี  โดยอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมกันกำหนดทิศทาง วางยุทธศาสตร์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เป็นระบบ และมีความเป็นเอกภาพ อันจะเป็นแนวทางให้ดำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา ที่จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจแก่พุทธบริษัท ๔ นำมาซึ่งสติปัญญาที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆในชาติบ้านเมืองให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างเป็นรูปธรรม            

MBUNEWS

10/07/60

Share