เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เสด็จมาทรงเป็นประธานพิธีทอดผ้าป่า "ทุนการศึกษาสมเด็จสังฆราชเจ้า(วาสนมหาเถร) ในพระสังฆราชูปถัมภ์" เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ปีที่ ๑๒๗

        ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓  สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่า "ทุนการศึกษาสมเด็จสังฆราชเจ้า(วาสนมหาเถร) ในพระสังฆราชูปถัมภ์" เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ปีที่ ๑๒๗ ณ  อาคารธรรมสถานสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ  สมเด็จพระสังฆราช  (จวน อุฏฺฐายี)  มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

       มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยได้จัดตั้งทุนดังกล่าวขึ้น โดยดำเนินการพัฒนาตามแผนกลยุทธ์และพัทธกิจ เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเลิศตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า “ความเป็นเลิศทางวิชาการตามแนวพระพุทธศาสนา” สนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับพระภิกษุสามเณร ตลอดหลักสูตรปริญญาตรี ๔ ปี นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้พระภิกษุและสามเณรที่เรียนดีได้ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในต่างประเทศด้านพุทธศาสนา ปรัชญาและด้านภาษาศาสตร์ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา เป็นพระนักวิชาการที่เข้าใจและสามารถเผยแผ่พระธรรมวินัยได้อย่างลึกซึ้ง  อีกทั้งได้พัฒนาความสามารถด้านการวิจัยและผลิตผลงานทางวิชาการที่ได้มาตรฐานสากล อันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กิจการพระพุทธศาสนาเจริญก้าวหน้า     

       โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานกัปปิยภัณฑ์เป็นทุนเดิม และประทานนามทุนการศึกษา โดยเป็นการถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ อดีตนายกสภาการศึกษามหามกุฏราชและทรงรับไว้ในพระสังฆราชูปถัมภ์

      จากนั้นประทานรางวัล “วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน” แก่บุคลากร ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่นประจำปี ๒๕๖๓ จำนวน ๑๐ รูป/คน และประทานของที่ระลึกแก่สาธุชนผู้มีจิตศรัทธา ที่ร่วมบริจาคเงินโดยเสด็จพระกุศลสมทบทุนการศึกษาสมเด็จสังฆราชเจ้า(วาสนมหาเถร) ในพระสังฆราชูปถัมภ์ นอกจากนี้ยังมีผู้มีจิตศรัทธาสองคณะเข้าเฝ้าถวายโฉนดที่ดิน มอบถวายให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

     ส่วนงานในภาคเช้า มหาวิทยาลัยได้บำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน ถวายพระบูรพาจารย์และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ  สมเด็จพระสังฆราช  สกลมหาสังฆปริณายก  มีพระบัญชาโปรดให้  เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ องค์อุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญพระกุศล พร้อมทั้งประทานใบกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่บุคลากร และประทานทุนการศึกษาแก่พระนักศึกษา

 

พระราชปฏิภาณโกศล,ผศ.ดร. อธิการบดี กราบทูลถวายรายงาน

ประทานฝ่ายฆราวาสนำกล่าวถวายผ้าป่าทุนการศึกษา

ผู้มีจิตศรัทธาถวายโฉนดที่ดิน มอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเพื่อทำประโยชน์ต่อการศึกษาพระพุทธศาสนา

        การนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระสัมโมทนียกถา ความตอนหนึ่งว่า

       "สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ ตราบจนถึงสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงอธิษฐานพระราชหฤทัยในอันที่จะทรงพิทักษ์ ปกป้อง และอุปถัมภ์พระบวรพุทธศาสนาให้สถิตสถาพรอยู่คู่แผ่นดินไทย ทุกๆ พระองค์จึงทรงทำนุบำรุงการศึกษาของพระภิกษุสามเณร ตลอดจนฆราวาสให้เป็นผู้รู้รอบในพระธรรมวินัย เพื่อจรรโลงพระศาสนาให้ยั่งยืนอยู่คู่ราชอาณาจักรไทยตลอดไป

       การที่ท่านทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่า และนักศึกษาปัจจุบัน ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องต้องตรงกับพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นบุพการีของมหามกุฏราชวิทยาลัย ด้วยสติปัญญาสามารถ ตลอดจนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต วิริยอุตสาหะ และกตัญญูกตเวที ย่อมเป็นที่น่าอนุโมทนาสรรเสริญ

       สำหรับทุนการศึกษาสำหรับพระภิกษุสามเณรเพื่อการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี โท และเอก ณ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งได้จัดให้มีการทอดผ้าป่าสมทบทุนในวันนี้ อาตมภาพได้อัญเชิญพระนามของบูรพาจารย์พระองค์สำคัญของคณะสงฆ์ไทย มาตั้งเป็นชื่อทุนว่า ‘ทุนการศึกษาสมเด็จพระสังฆราชเจ้า (วาสนมหาเถร)’ ทั้งนี้ ก็ด้วยรำลึกถึงพระคุณูปการของเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ที่ทรงประกอบไว้เป็นอันมากเพื่อการศึกษาของคณะสงฆ์

       ขอทบทวนความทรงจำให้ทุกท่านได้รำลึกถึงพระองค์ไว้ ณ โอกาสนี้ว่า เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าพระองค์นั้น ทรงเป็นผู้บริหารมหามกุฏราชวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ ทรงดำรงตำแหน่งนายกกรรมการและนายกสภาการศึกษาฯ ทรงเอาพระทัยใส่สนับสนุนการอุดมศึกษาสำหรับคณะสงฆ์และสำหรับฆราวาสมาโดยตลอดพระชนมชีพ นับได้ว่า พระองค์ทรงเป็นผู้วางรากฐานความเจริญก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ในปัจจุบัน

       โอกาสนี้ อาตมภาพขออนุโมทนาเป็นพิเศษแด่ทายาทของหม่อมราชวงศ์สืบศักดิ์ ทวีวงศ์ ผู้วายชนม์ไปแล้ว คุณหญิงได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ให้แก่มหามกุฏราชวิทยาลัยไว้ บัดนี้ทราบว่าทายาทท่านได้จัดการมอบถวายมาให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยแล้ว ขอกุศลนี้จงสำเร็จเป็นทิพยสุขแด่คุณหญิงสืบศักดิ์ เจ้ามรดกผู้มีจิตศรัทธาในสัมปรายภพด้วยเทอญ นอกจากนี้ ยังมีผู้มีจิตศรัทธาปวารณาถวายที่ดินอีกท่าน คือคุณพัชนี อินทรลักษณ์ ถวายที่ดินที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยด้วย อาตมภาพขออนุโมทนาอำนวยพรให้ท่านทานบดีจงเจริญสุขสวัสดียิ่งๆ ขึ้นไป

       ขออนุโมทนาสาธุการอย่างยิ่งต่อท่านผู้บริจาคทรัพย์สมทบทุนการศึกษา และบำเพ็ญประโยชน์แก่การศึกษาของชาติและพระศาสนาโดยประการต่างๆ นับว่าท่านเป็นผู้ได้ร่วมบำเพ็ญธรรมทานอันสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงยกย่องว่าชนะการให้ทั้งปวง และยังได้ชื่อว่าเป็นกตัญญูกตเวทีต่อทุกๆ พระองค์ผู้ทรงพระเดชพระคุณต่อการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยอีกด้วย"
 

 

 

 

 

                พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงสถาปนาขึ้น เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๖  ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พร้อมกับพระราชทานนามว่า “มหามกุฏราชวิทยาลัย” เพื่อถวายเป็นพระบรมราชานุสรณีย์เฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระบรมชนกนาถ ผู้ทรงเป็นพระอัจฉริยภาพด้านพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง

                 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยนับแต่ทรงสถาปนาได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณและรับประทานพระกรุณาคุณอย่างต่อเนื่องนับเป็นกิตติประวัติและมีวิวัฒนาการตามลำดับจำแนกได้ ๓ ยุค พอสังเขป ดังนี้

       ยุคที่ ๑ยุคที่เป็นวิทยาลัย ระหว่าง พ.ศ.๒๔๓๖ ถึง ๒๔๘๘ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งวัตถุประสงค์ของการสถาปนาไว้ความตอนหนึ่งว่า “เพื่อเป็นที่เล่าเรียนศึกษา    พระปริยัติธรรมของภิกษุสามเณร” โดยในยุคนี้อยู่ใต้พระบารมีของเจ้าพระคุณ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซึ่งเป็นพระน้องยาเธอในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นั้น ทรงเอาพระทัยใส่เรื่องน้อยใหญ่เพื่อวางรากฐานการศึกษาคณะสงฆ์ให้เป็นไปในรูปแบบสมัยใหม่ กล่าวคือ แตกต่างจากการเล่าเรียนภาษาบาลีตามประเพณีแบบเดิม พร้อมกับโปรดประทานพระอนุญาตให้ใช้พื้นที่วัดบวรนิเวศวิหารเป็นที่ตั้งของสถาบันดังกล่าว

       ยุคที่ ๒ยุคที่เป็นมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา ระหว่าง พ.ศ.๒๔๘๙ ถึง ๒๕๔๐              เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา เรียกว่า “สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย” โดยมีพระศรีวิสุทธิญาณ        (สุชีโว ภิกขุ) หรืออาจารย์สุชีพ  ปุญญานุภาพ เป็นเลขาธิการคนแรก นับว่ามีบทบาทสำคัญในการผลักดันสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัยให้ก้าวหน้าในทุก ๆ ด้าน เป็นเหตุให้มีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบมหาวิทยาลัยขึ้น เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ.๒๔๘๙ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

   ๑. เพื่อเป็นสถานศึกษาพระปริยัติธรรมของพระภิกษุสามเณร

        ๒. เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาวิทยาการ อันเป็นของชาติภูมิและของต่างประเทศ

        ๓. เพื่อเป็นสถานที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา

       ยุคที่ ๓ยุคที่เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ระหว่าง พ.ศ.๒๕๔๐ ถึง ปัจจุบัน ได้มีการตรา “พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๔๐”ขึ้น ให้มหาวิทยาลัยมีฐานะนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ ให้การศึกษา วิจัย ส่งเสริมและให้บริการวิชาการทางพระพุทธศาสนา
แก่พระภิกษุ สามเณร และคฤหัสถ์ รวมทั้งทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

          มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยได้ดำเนินการพัฒนางานด้านต่าง ๆ ตามแผนกลยุทธ์และพันธกิจอย่างเต็มความสามารถ เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเลิศตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า “ความเป็นเลิศทางวิชาการตามแนวพระพุทธศาสนา” จนสามารถผลิตบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต ให้เป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนาและประเทศชาติตั้งแต่อดีตตราบจนปัจจุบัน

 

 
 
Share