พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ การบำเพ็ญพระกุศลคล้ายวันประสูติ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ

        วันจันทร์ ที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ การบำเพ็ญพระกุศลคล้ายวันประสูติ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ พระราชอุปัธยาจารย์ เป็นปีที่ ๑๒๓ พร้อมด้วยการสมโภชพระสุพรรณบัฏ พระราชทานถวายฉัตรตาดเหลือง ๕ ชั้นกางกั้นพระรูปที่บรรจุพระสรีรางคาร ณ ซุ้มคูหาพระเจดีย์ และการเชิญพระโกศทองคำพระราชทานบรรจุพระอัฐิเข้าประดิษฐานในหอพระนาก วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ตามพระบรมราชโองการ

          การนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเข้าพระวิหารคด วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงยกฉัตรตาดเหลือง ๕ ชั้นกางกั้นถวายพระรูปเจ้าพระคุณ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า แล้วทรงยกฉัตรตาดเหลือง ๕ ชั้นกางกั้นถวายพระรูปเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ณ พระเจดีย์

         เสร็จแล้ว เสด็จเข้าพระอุโบสถ ประทานพระอนุญาตให้เจ้าพนักงานเชิญสุพรรณบัฏและเครื่องประกอบสมณศักดิ์เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม ฯลฯ มาถวายเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ซึ่งได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะ เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เพื่อร่วมในการบำเพ็ญพระกุศลสมโภช เป็นการโดยเสด็จพระราชกุศลด้วย

จากนั้น ทรงบำเพ็ญพระกุศลในพระบรมราชูปถัมภ์ อุทิศถวายเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าพระองค์นั้น เสร็จแล้ว ประทานทุนมูลนิธิสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) แก่องค์กรสาธารณกุศล จำนวน ๕๐ องค์กร

        จบแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระอัฐิสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ออกจากพระอุโบสถ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงพระดำเนินตามพระอัฐิไปส่งที่ไพทีหน้าพระอุโบสถ เจ้าพนักงานภูษามาลาอยู่งานกั้นพระกลดขาวลายทองถวายพระอัฐิ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช โปรดให้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ตามขบวนรถยนต์หลวงไปส่งพระอัฐิ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีคณะพุทธบริษัทพร้อมด้วยลูกเสือกองเกียรติยศและนักเรียนโรงเรียนวัดราชบพิธ รายแถวถวายสักการะพระอัฐิตลอดสองข้างวิถี

        เมื่อรถยนต์หลวงเทียบที่ประตูเกย วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระอัฐิประดิษฐานบนพระราชยาน แห่เชิญไปยังหอพระนาก แล้วเชิญขึ้นประดิษฐานบนเบญจา ร่วมกับพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า และสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์

เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้แทนพระองค์สมเด็จพระสังฆราช จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย กราบถวายสักการะพระอัฐิ แล้วพระสงฆ์ ๒๐ รูปสวดมาติกา สดับปกรณ์ เป็นเสร็จการ

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นสัทธิวิหาริก ทรงพระราชศรัทธาปสาทะต่อพระราชอุปัธยาจารย์ ด้วยน้ำพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยพระกตัญญูกตเวทิตาธรรมและพระอปจายนธรรมอันยิ่งใหญ่ เมื่อทรงรับพระบรมราชาภิเษกแล้ว ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

       “โดยที่ทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึง สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ที่ทรงเป็นพระราชอุปัธยาจารย์ มีพระคุณูปการอย่างยิ่งแด่พระองค์ เมื่อคราวทรงผนวช ได้ถวายพระโอวาทานุศาสน์ให้ทรงเข้าพระราชหฤทัยในหลักพระพุทธศาสนาอย่างซาบซึ้ง และยังทรงเป็นสมเด็จพระอุปัชฌายะของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

        นับว่าทรงดำรงอยู่ในฐานะอภิปูชนียบุคคลแห่งพระมหากษัตริย์ และสมเด็จพระสังฆราชผู้ทรงเป็นศิษย์ ทรงยินดีในเนกขัมมปฏิบัติเป็นอจลพรหมจริยาภิรัตยั่งยืนนาน ตลอดพระชนมชีพ ทรงกอปรด้วยพระศีลาจารวัตรบริสุทธิ์บริบูรณ์มิหวั่นไหวต่อโลกามิส ทั้งพระฉันทจริต ก็เพียบพูนด้วยสมณคุณธรรม ยากจะหาผู้ใดเสมอ ทรงพระปรีชาญาณยิ่งยวดในการประพันธ์ ทรงพระสุตญาณลึกซึ้งสามารถในธรรมวิจารณธรรมวินิจฉัยได้ถูกต้องเด็ดขาด ทรงบริหารคณะสงฆ์ และการพระศาสนาให้เจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ ในที่สุดทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก นานถึง ๑๔ ปี ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจใหญ่น้อยเพื่อยังประโยชน์แก่พุทธจักรและอาณาจักรอย่างไพศาล

        แม้เสด็จสิ้นพระชนม์ไปแล้วนับแต่วันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ แต่พุทธบริษัททุกหมู่เหล่า ก็ยังเฝ้ารำลึกถึงพระเดชพระคุณอยู่มิเสื่อมคลาย และบัดนี้ได้เป็นที่ประจักษ์ว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นคารวสถานปูชนียเจดีย์แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดถึงมวลพุทธบริษัททั่วสกลราชอาณาจักร สมควรจะสถาปนาพระเกียรติยศ พระอัฐิขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวง เพื่อเป็นศรีศุภมงคลแด่พระบวรพุทธศาสนา และเป็นที่เฉลิมพระราชศรัทธาสืบไป

       จึงมีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาพระอัฐิ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราช ขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวง มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า

       สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ธรรมาภรณคุณวิจิตรปฏิภาณ สุขุมธรรมวิธานธำรง อริยวงศาคตญาณวิมล สกลมหาสังฆปริณายก ตรีปิฎกคัมภีรญาณบัณฑิต วชิราลงกรณนริศหิโตปัธยาจารย์ วาสนภิธานสังฆวิสุต พุทธบริษัทคารวสถาน นิทัศนนิทานนิพนธปรีชา ปาวจนุตตมโสภณ ภัทรผลสาธารณูปการ วิบุลศีลสมาจารวัตรสุนทร สรรพคณิศรมหาสังฆาธิบดี ศรีสมณุดมบรมบพิตร”

       การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพระอัฐิ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ เข้าประดิษฐานในหอพระนาก วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงสักการบูชาและทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวาย ในพระฐานะพระบุพการีทางธรรมสืบไป

       อนึ่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพุ่มดอกไม้ของส่วนพระองค์มาถวายสักการะพระรูป พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า และพระรูป สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ณ ซุ้มคูหาพระเจดีย์ เนื่องในการถวายฉัตรตาดเหลือง ๕ ชั้นกางกั้นพระรูป และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดให้เชิญพุ่มบัวมาถวายเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เนื่องในการสมโภชสุพรรณบัฏด้วย

 

 

ที่มา สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช

https://www.facebook.com/SanggharajaOffice/

Share