พระราชปฏิภาณโกศล,ผศ.ดร.อธิการบดี พร้อมทั้งผู้บริหาร คณาจารย์เจ้าหน้าที่ ร่วมบำเพ็ญกุศลเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ พระสุธรรมาธิบดี (แบน กิตฺติสารเถร)

    วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 พระราชปฏิภาณโกศล,ผศ.ดร.อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยพร้อมทั้งผู้บริหารทั้ง7วิทยาเขต 3วิทยาลัยตลอดจนคณาจารย์เจ้าหน้าที่ร่วมบำเพ็ญกุศลเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ พระเดชพระคุณรองสมเด็จพระราชาคณะพระสุธรรมาธิบดี (แบน กิตฺติสารเถร) อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและอดีตกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

 

    ประวัติพระเดชพระคุณพระสุธรรมาธิบดี (แบน กิตฺติสาโร ป.ธ. ๕)
 
    พระเดชพระคุณพระสุธรรมาธิบดี (แบน กิตฺติสาโร ป.ธ. ๕) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร นามเดิม แบน นามสกุล อุปกลิ่น บิดาชื่อ นายปั้น มารดาชื่อ นางมะลิ เกิด ณ บ้านเกาะจาก ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๘ ต.ค. ๒๔๗๑ อายุ ๒๐ ปี ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดเกาะจาก โดยมีพระรัตนธัชมุนี (แบน คณฐาภรณเถระ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสุธรรมาธิบดี (เพิ่ม อาภาโค) เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูถาวรศีลวัฒน์ (เจริญ ถาวโร) เป็นพระศีลาจารย์ อุปสมบทเมื่อวันที่ ๓ ก.ค. ๒๔๙๑ ณ วันนั้นผู้เข้ามาอุปสมบทพร้อมกันจำนวน ๓๑ รูป ได้รับอุปสมบทชุดที่ ๑๔
 
    ปลายปี ๒๔๙๑ เข้าสอบนักธรรมชั้นตรีได้ในสนามหลวง ในสนามสอบรวมต้องแจวเรือไปปากพนังเป็นเวลา ๖ ชั่วโมง พัก ณ วัดรามประดิษฐ์ 4 คืน เมื่อสอบ 4 วันเสร็จแล้ว เดินทางกลับโดยเปลี่ยนกันแจวเรือ ต่อมาต้องการมาเรียนที่กรุงเทพฯ ตั้งใจอยู่วัดบวรนิเวศวิหารเท่านั้น จึงเดินทางมาปี 2492 แต่มาแล้วก็อยู่ไม่ได้ เพราะไม่มีที่ว่าง แม้ว่าจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ แล้วก็ตาม ต้องไปพักที่วัดเขมาภิรตาราม ท่านเล่าว่า การเดินทางสมัย นั้นลำบากแค่ไหนจากนครศรีธรรมราช กว่าจะถึงกรุงเทพฯ โดยทางเรือใช้เวลาเดินทาง 7 วัน 7 คืน ถึงกรุงเทพฯ วันที่ 20 พ.ค. 2492 โดยนั่งรถสามล้อจากท่าเรือถึงวัดบวรนิเวศวิหาร จึงเข้าไปกราบพระมหาจับ อุคฺคเสโน (พระธรรมรัชมงคล) พักกับท่านได้ 7 วัน ถึงวันที่ 27 พ.ค. 2492 เป็นวันที่รัฐบาลได้อัญเชิญพระบรมอัฐิรัชกาลที่ 7 ประดิษฐาน ณ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร ท้องพระโรง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และได้ท่านในฐานะอาคันตุกะได้นิมนต์ไปด้วย เนื่องจากพระสงฆ์ไม่พอ เห็นพระบรมมหาราชวังครั้งแรกรู้สึกงงงวย ทึ่งในความงาม และเข้าครั้งที่ 2 วันที่ 12 ส.ค. 2511 ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 36 พรรษา ขณะนั้นเป็นพระโศภนคณาภรณ์แล้ว
 
    ขณะที่อยู่วัดเขมาภิรตาราม ก็ยังตั้งใจทวนพระปาติโมกข์และท่องสวดมนต์เพื่อเตรียมตัวเข้าศึกษาพระปริยัติธรรม ณ วัดบวรนิเวศวิหาร วันที่ 22 ม.ค. 2493 ก็เดินทางจากวัดเขมาภิรตาราม มาวัดบวรนิเวศวิหาร ทางวัดให้พระมหามณี        เป็นผู้ซ้อมสวดพระปาติโมกข์และสวดมนต์ กำชับว่าต้องให้จบภายใน 1 เดือน แต่ท่านสามารถสวดซ้อมภายใน 20 วันก็จบตามหลักสูตร แต่นั้นจึงนำขึ้นถวายตัวแด่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ      วิหาร และไปกราบกรรมการวัดทุกรูป ภายใน 15 วัน สามารถจะรู้จักกับพระภิกษุสามเณรวัดบวรนิเวศวิหารหมดทุกรูป
 
    เมื่อเข้ามาอยู่วัดบวรนิเวศวิหารได้สมปรารถนาก็ต้องเรียนตามที่ตั้งใจ แต่กว่าจะสอบได้เป็นมหาแบน ใช้เวลาเกือบ 10 ปี หรือสอบได้ในปี 2498 จากนั้น ก็เรียนที่สภาการศึกษา 10 ปี จบปริญญาตรี เมื่อจบแล้วได้ทำงานเป็นเสมียน ได้      รับนิตยภัต (เงินเดือน) เดือนละ 130 บาท และทำงานในมหาวิทยาลัยสงฆ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2509 มาจนถึงวันที่ 3 ก.ค. 2541 ก็ออก (นิตยภัต 1 หมื่นกว่าบาท)
 
    เมื่อมาอยู่วัดบวรนิเวศวิหารแล้ว ได้เป็นผู้รับใช้ใกล้ชิดกับทั้งได้เป็นผู้คำนวณการย้ายราศีของดวงดาวให้แก่พระพรหมมุนี (ผิน) ผู้เป็นโหราศาสตร์และเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร และมีความรู้ไฟฟ้า ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนไฟฟ้าจาก 110         วัตต์ เป็น 220 วัตต์ จึงได้รับมอบหมายจากกรรมการวัดบวรนิเวศวิหารให้เป็นผู้ควบคุมการเปลี่ยนไฟฟ้าทั้งวัด กับทั้งมีความสามารถพิเศษเขียนหนังสือสวย อะไรที่ต้องการลายมือต้องหลวงปู่เขียน เพราะลายมือเทียบได้กับอาลักษณ์
 
สมณศักดิ์สมณศักดิ์
 
    พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็น เปรียญธรรม ๕ ประโยค
 
    พ.ศ. ๒๕๐๒ เป็น พระครูปลัดสุวัฑฒนพรหมจริยคุณ (พระครูปลัดของพระราชาคณะเจ้าคณะรอง)
 
    ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่ พระโศภนคณาภรณ์
 
   ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชสุมนต์มุนี ศรีปริยัติธุราทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
 
   ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็น พระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพวราจารย์ พุทธิธรรมสารวิจิตร ศาสนกิจคุณาทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
 
   ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็น พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมวราจารย์ สุวิธานปริยัติบัณฑิต กิตติสารโสภิต ศาสนกิจคุณาทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
 
   ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ที่ พระสุธรรมาธิบดี ปูชนียฐานประยุต มงคลวุฒคณาทร บวรศีลาจาร ศาสนภารธุราทร ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆารามคามวาส
 
 
Share