
อธิการบดี ผู้บริหารและบุคลากร มมร ร่วมยินดีในความสำเร็จของการจัดงานวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ครั้งที่ ๒๑ ณ เมืองอู๋ซี สาธารณรัฐประชาชนจีน
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เข้าร่วมงานวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ครั้งที่ ๒๑ ประจำปี ๒๕๖๙ ระหว่างวันที่ ๒๕–๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ณ วัดใหญ่หลิงซาน เมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้หัวข้อ “พุทธปัญญาในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลก และการสร้างอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ”
ในการนี้ พระธรรมวชิรจินดาภรณ์, รศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของการจัดงาน ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ สมบูรณ์ทั้งด้านพิธีการ วิชาการ และการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างชาวพุทธนานาชาติ พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณ Most Venerable Yan Jue ประธานสมาคมพุทธศาสนาแห่งประเทศจีน ในฐานะเจ้าภาพการจัดงานครั้งนี้
ตลอดการเข้าร่วมงาน คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนกับผู้นำสงฆ์ ผู้นำชาวพุทธ นักวิชาการ และผู้แทนจากนานาประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนบทบาทของพระพุทธศาสนาในการตอบโจทย์ความท้าทายของโลกยุคปัจจุบัน ทั้งด้านสันติภาพ ความผาสุกของประชาชน ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน การรักษาสิ่งแวดล้อม และการสร้างอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ
ภายในงานมีการประชุมและเสวนาวิชาการในหัวข้อสำคัญ ได้แก่ “การประยุกต์ใช้พุทธปัญญาเพื่อความผาสุกของประชาชน” “บทบาทของพระพุทธศาสนาในการส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” “การปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาในการส่งเสริมระบบนิเวศสีเขียวและการคุ้มครองโลก” และ “พุทธปัญญาในการสร้างความร่วมมือเพื่อสันติภาพอย่างยั่งยืนของโลก”
การเข้าร่วมงานครั้งนี้สอดคล้องกับปณิธานของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ในฐานะมหาวิทยาลัยทางพระพุทธศาสนา ที่มุ่งผลิตบัณฑิตให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการตามแนวพระพุทธศาสนา พัฒนากระบวนการดำรงชีวิตในสังคมด้วยศีลธรรม และชี้นำสังคมด้วยหลักพุทธธรรมทั้งในระดับชาติและนานาชาติ อีกทั้งยังสอดรับกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่มุ่ง “ร่วมพัฒนาพลเมืองโลก ด้วยการผสานแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาที่มั่นคง ให้ดำรงอยู่ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของมนุษย์ในอนาคต”
สาระสำคัญอีกประการหนึ่งของการประชุมครั้งนี้ คือการประกาศ “ปฏิญญาอู๋ซี” ซึ่งมุ่งเสนอแนวทางให้พุทธศาสนิกชนทั่วโลกได้นำหลักพุทธธรรมไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสังคมโลกที่สงบสุขและยั่งยืน ดังต่อไปนี้
๑. ยึดมั่นในพุทธธรรมเรื่องความกรุณา เพื่อเสริมสร้างรากฐานแห่งสันติภาพ
พวกเราสนับสนุนให้พุทธศาสนิกชนน้อมนำหลักธรรมแห่งเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา มาปฏิบัติในชีวิตจริง พร้อมทั้งส่งเสริมความเคารพซึ่งกันและกัน และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศชาติพันธุ์ และวัฒนธรรม พวกเราสนับสนุนการเจรจาแทนการเผชิญหน้า และความเปิดกว้างแทนการแบ่งแยก เพื่อให้สันติภาพหยั่งรากลึกในจิตใจของผู้คนทั่วโลก และให้พลังแห่งสันติภาพปกป้องทุกพื้นที่ของโลก อันจะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน
๒. ปฏิบัติตามหลักการแห่งความไม่เห็นแก่ตัวและการเสียสละเพื่อส่วนรวม
เพื่อแก้ไขปัญหาการพัฒนาโลกที่ไม่สมดุล โดยเฉพาะปัญหาความยากจน ความหิวโหย และโรคภัยในภูมิภาคที่ด้อยพัฒนา พวกเราขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกเสริมสร้างความร่วมมือ และเพิ่มการสนับสนุนแก่กลุ่มเปราะบาง ด้วยการจัดการศึกษาอย่างทั่วถึง การช่วยเหลือด้านสาธารณสุข และการแบ่งปันเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างทั่วถึง และแบ่งปันความเจริญรุ่งเรืองอย่างถ้วนหน้า
๓. ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
พวกเราส่งเสริมทัศนะทางนิเวศวิทยาตามหลักปฏิจจสมุปบาทที่เน้นการพึ่งพาอาศัยกันอาศัยระหว่างสิ่งแวดล้อมกับการดำรงอยู่ของมนุษย์ พวกเราสนับสนุนวิถีชีวิตสีเขียว คาร์บอนต่ำ และยั่งยืน พร้อมทั้งมีส่วนร่วมจริงจังในการปลูกต้นไม้ การคุ้มครองชีวิต การสร้างความสะอาดให้กับสิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการคุ้มครองสัตว์ทั้งหลาย พวกเราต้องร่วมกันพิทักษ์โลก รักษาสมดุลทางนิเวศ สร้างความสมานฉันท์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติและส่งต่อบ้านที่ยั่งยืนซึ่งเต็มไปด้วยท้องฟ้าสีคราม ผืนดินสีเขียว และสายน้ำบริสุทธิ์แก่ชนรุ่นหลัง
๔. สร้างประชาคมโลกที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ
พวกเราสนับสนุนการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนผ่านศิลปวัฒนธรรมแทางพระพุทธศาสนาเพื่อเสริมสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คน และส่งเสริมมิตรภาพระหว่างประเทศและภูมิภาค พวกเราส่งเสริมการช่วยเหลือเกื้อกูล ความสามัคคี และมิตรภาพระหว่างมนุษย์ทุกคน พร้อมทั้งสนับสนุนความเคารพซึ่งกันและกัน การเจรจา และการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างอารยธรรม ชาติพันธุ์และประเทศชาติต่าง ๆโดยมีหลักเมตตา ความเสมอภาค ปัญญา และความสามัคคีเป็นแนวทาง พวกเราส่งเสริมการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี การปลูกฝังค่านิยมร่วมของมนุษยชาติ และความร่วมมือในการรับมือกับความท้าทายระดับโลก เพื่อร่วมกันสร้างประชาคมโลกที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมวลมนุษยชาติ
พวกเราขอเรียกร้องอย่างจริงจังต่อพุทธศาสนิกชนทั่วโลกให้ร่วมมือกันดำเนินตามคำสอนของพระพุทธเจ้า และร่วมกันพิทักษ์สันติภาพของโลก พร้อมทั้งส่งเสริมความผาสุกของสรรพชีวิต นอกจากนี้ พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาล องค์การระหว่างประเทศ ภาคประชาสังคม และศาสนิกชนจากทุกศาสนา จะร่วมกันเสริมสร้างความร่วมมือพหุภาคี ยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ และร่วมกันสร้างโลกที่ยุติธรรม สงบสุข และยั่งยืน
ขอให้แสงแห่งพุทธปัญญาส่องสว่างไปทั่วโลก ขอให้ความเมตตาและความเปิดกว้างช่วยขจัดความขัดแย้งทั้งปวง ขอให้สันติภาพและความยุติธรรมดำรงอยู่คู่มนุษยชาติและขอให้มนุษย์ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันสร้างโลกอันงดงาม ปราศจากความขัดแย้ง ความยากจน และการเลือกปฏิบัติ เป็นโลกที่ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และสรรพชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์
ในโอกาสเดียวกัน พระธรรมวชิรจินดาภรณ์, รศ.ดร. ได้เชิญชวนผู้นำสงฆ์ ผู้นำชาวพุทธ และผู้แทนจากนานาประเทศ ร่วมสืบสานเจตนารมณ์ของวันวิสาขบูชาโลก โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสู่การจัดงานวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ครั้งที่ ๒๒ ซึ่งที่ประชุมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICDV) มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบให้ราชอาณาจักรไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงาน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในอภิลักขิตสมัย ๑๐๐ ปีวันพระบรมราชสมภพ และฉลองพระชนมายุ ๑๐๐ พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งจะเวียนมาบรรจบทั้งสองวาระในพุทธศักราช ๒๕๗๐
อนึ่ง ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม ณ เมืองอู๋ซี สาธารณรัฐประชาชนจีน คณะผู้แทนจากนานาชาติจะเดินทางสู่ประเทศไทย เพื่อร่วมกิจกรรมวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก อย่างเป็นทางการ ณ องค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙ อันเป็นอีกวาระสำคัญในการประกาศคุณค่าของวันวิสาขบูชา และยกระดับ “ปฏิบัติบูชา” ให้เป็นพลังแห่งสันติภาพ เมตตา และการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมโลก



























