
เมื่อวันพุธที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาพระธรรมวชิรจินดาภรณ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๑-๒-๓ ธรรมยุต ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นรองสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามจารึกในหิรัญบัฏว่า
พระพรหมวชิรเมธาภรณ์
ชินวรปาพจนานุศิษฏ์
วิจิตรสังฆคณาธิปัตย์
อุดมปริยัตยาธิการบดี
อังคีรสธรรมจินตวิสุต
ธรรมยุตติกคณิสสร
บวรสังฆาราม คามวาสี
ภายหลังเสร็จการพระราชพิธี เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จกลับวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงพระดำเนินนำหิรัญบัฏ พัดยศ เครื่องประกอบสมณศักดิ์ และผ้าไตรพระราชทาน มีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ และพระพรหมวชิรเมธาภรณ์ ตามเสด็จเข้าสู่พระอุโบสถ คณะสงฆ์วัดราชบพิธเจริญชัยมงคลคาถา
พระพรหมวชิรเมธาภรณ์ บูชาพระพุทธอังคีรส ประธานพระอุโบสถ ถวายสักการะเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช และถวายสักการะสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ จากนั้น คณะสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาถวายมุทิตาสักการะพระพรหมวชิรเมธาภรณ์
พระพรหมวชิรเมธาภรณ์ (สมคิด จินฺตามโย) เป็นชาวอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง เข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรมที่กรุงเทพมหานคร อุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๓๓ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (จินฺตากโร) เป็นพระอุปัชฌาย์ และสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ พระราชสารสุธี เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ด้านการศึกษา สำเร็จการศึกษานักธรรมเอก และเปรียญธรรม ๕ ประโยค ในสำนักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ปริญญาตรี สาขาปรัชญา จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ปริญญาโท สาขา Buddhist Studies จาก University of Delhi สาธารณรัฐอินเดีย และปริญญาเอก สาขาพุทธศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
พระพรหมวชิรเมธาภรณ์ ได้ปฏิบัติงานด้านการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน กล่าวคือ เป็นอาจารย์สอนพระปริยัติธรรมในสำนักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และเป็นรองศาสตราจารย์ ประจำคณะศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ทั้งนี้ ได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ด้านศาสนศึกษา ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๐ และดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๒
นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๖ และปฏิบัติหน้าที่พระธรรมทูต ณ วัดธัมมธโร เครือรัฐออสเตรเลียเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๓ ต่อมา ได้มีพระบรมราชโองการโปรดแต่งตั้งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม และมีพระบัญชาโปรดแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะภาค ๑-๒-๓ (ธรรมยุต) เมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๘
ก่อนได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็นรองสมเด็จพระราชาคณะ เคยดำรงสมณศักดิ์ ที่ พระครูปลัดสัมพิพัฒนวราจารย์ ฐานานุกรมในสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระอุดมธีรคุณ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชปฏิภาณโกศล เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๙ และเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพวัชรเมธี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๔ และเป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมวชิรจินดาภรณ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๗
พระพรหมวชิรเมธาภรณ์ ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้สนองพระบัญชาและพระดำริ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาเป็นลำดับ โดยเฉพาะด้านการศึกษา ได้สนองพระดำริในการจัดตั้งทุนการศึกษาสมเด็จพระสังฆราชเจ้า (วาสนมหาเถร) และทุนการศึกษาสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ในมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เพื่อสร้างศาสนทายาท ให้มีโอกาสศึกษาต่อด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา ภาษาบาลีสันสกฤต และพระไตรปิฎกศึกษา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อนึ่ง พระพรหมวชิรเมธาภรณ์ ยังเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสวัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง อันเป็นสัปปายสถานสำหรับปฏิบัติธรรม และมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเจริญภาวนา ได้อำนวยการสร้างหอพุทธปาพจนบดีอนุสรณ์ ตามพระดำริเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามยุคที่ ๕ และเป็นผู้อำนวยการโครงการคืนธรรมชาติสู่ธรรม ในพระสังฆราชูปถัมภ์ เพื่อการรักษาดูแลระบบนิเวศตามธรรมชาติ ตามหลักพระพุทธศาสนา ให้เกื้อกูลต่อการบำเพ็ญสมณธรรม สอดคล้องกับการอนุรักษ์ป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน














































































