วันพุธที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เมตตาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวสัมโมทนียกถา เนื่องในงาน “วันอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ประจำปี ๒๕๖๙” ณ หอประชุมอาคารสุชีพ ปุญญานุภาพ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
ในการนี้ พระพรหมวชิรเมธาภรณ์, รศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ถวายรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการจัดงาน โดยกล่าวว่า วันอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยมีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์สำคัญเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๘ เมื่อกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัยมีมติให้จัดตั้ง “สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย” และเปิดทำการสอนเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๙ ด้วยเจตนารมณ์ให้เป็นสถานที่ศึกษาพระปริยัติธรรมของพระสงฆ์ เป็นสถานศึกษาวิทยาการทั้งของชาติและต่างประเทศสำหรับกุลบุตร และเป็นสถานที่จัดสั่งสอนพระพุทธศาสนา
เจตนารมณ์ดังกล่าวสะท้อนความมุ่งหมายของการอุดมศึกษาที่ให้ความสำคัญทั้งต่อ การสร้างความรู้ การพัฒนาคน และการนำพระพุทธศาสนาไปเกื้อกูลสังคม และได้พัฒนาสืบเนื่องมาเป็นมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยในปัจจุบัน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้ปรับและพัฒนาภารกิจทางการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมและความเปลี่ยนแปลงของโลก ขณะเดียวกันยังคงธำรงพระพุทธศาสนาไว้เป็นรากฐานสำคัญของการจัดการศึกษา






จากนั้น ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทมหาวิทยาลัยด้านศาสนาในโลกยุค AI” โดย ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อสะท้อนบทบาทและความท้าทายของมหาวิทยาลัยด้านศาสนาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสังคมในยุคปัญญาประดิษฐ์
หลังจากนั้น การเสวนาวิชาการ เรื่อง “มหาวิทยาลัยด้านศาสนากับการตอบโจทย์สังคมไทยและสังคมโลกในทศวรรษหน้า” โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษาและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
– พระราชวชิรญาณเมธี, ผศ.ดร. รองอธิการบดีด้านวิชาการและพัฒนาคุณภาพ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
– พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ประธานหลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
– บาทหลวง ศ.ดร.วชิระ น้ำเพชร อาจารย์วิทยาลัยแสงธรรม
– รศ.ดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการจัดสถาบันอุดมศึกษากลุ่ม ๔ และกลุ่ม ๕ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.พิภพ อุดร



เวทีดังกล่าวเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของมหาวิทยาลัยด้านศาสนาในการตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและสังคมโลก ตลอดจนการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางศาสนา การศึกษา ศาสตร์สมัยใหม่ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างปัญญา พัฒนาคน และเตรียมความพร้อมต่อความท้าทายในทศวรรษข้างหน้า ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่มหาวิทยาลัยมุ่งนำ องค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนามาบูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่และเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของสังคมไทยและสังคมโลกได้อย่างเหมาะสม
ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้า พระพรหมวชิรเมธาภรณ์, รศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้กล่าวปรารภการจัดงานวันอุดมศึกษา โดยสะท้อนบทเรียนจากการบริหารและการพัฒนามหาวิทยาลัยที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่า การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยมิใช่ภารกิจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หากเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงานในแต่ละส่วนของมหาวิทยาลัย



อธิการบดีกล่าวถึงความสำคัญของการมี “ทิศทางร่วม” โดยแผนพัฒนามหาวิทยาลัยมิใช่เพียงเอกสารสำหรับกำหนดกรอบการดำเนินงาน แต่เป็นแผนที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกภาคส่วน เพื่อให้ทุกคนมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน และสามารถนำภารกิจของแต่ละส่วนมาประสานกันให้เกิดพลังในการพัฒนามหาวิทยาลัย
พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวถึงการพัฒนามหาวิทยาลัยบนฐานที่ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ทั้งด้านทรัพยากรบุคคล พัสดุ ครุภัณฑ์ และปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงานตามพันธกิจด้านการศึกษา การวิจัย การส่งเสริมและให้บริการวิชาการทางพระพุทธศาสนาแก่พระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ รวมถึงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยย้ำว่า การพัฒนาที่เกิดขึ้นแล้วมิได้หมายความว่าภารกิจสิ้นสุดลง หากเป็น ฐานสำคัญสำหรับการก้าวต่อไป
ท่ามกลางบริบทของสังคมและโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี รูปแบบการเรียนรู้ และความต้องการของสังคม อธิการบดีกล่าวว่า มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องมีทั้งความมั่นคงในรากฐาน และความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง พร้อมตั้งโจทย์สำคัญว่า จากฐานที่มหาวิทยาลัยได้ร่วมกันพัฒนามาแล้ว จะก้าวไปในทิศทางใด จะพัฒนามหาวิทยาลัยให้ตอบสนองต่อความต้องการของสังคมได้อย่างไร และจะทำให้รากฐานทางพระพุทธศาสนาของมหาวิทยาลัยเป็นพลังสำคัญในการสร้างปัญญาและพัฒนาคนได้อย่างไร









จากนั้น เวลา ๑๐.๐๐–๑๑.๐๐ น. มีการเสวนาวิชาการ เรื่อง “ทิศทางใหม่กับก้าวต่อไปของ มมร” โดย รศ.ดร.พิภพ อุดร ที่ปรึกษามูลนิธิมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, นายคณพศ เฟื่องฟุ้ง ผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะด้านบริหารทรัพยากรบุคคล และ นายทศพร จันทมงคลเลิศ รองอธิการบดีด้านขับเคลื่อนแผนพัฒนาองค์กร ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี ผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะด้านบริหารการปฏิบัติการ เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร และผู้มีประสบการณ์ ถึงโอกาส ความท้าทาย และแนวทางที่มหาวิทยาลัยควรเตรียมความพร้อมสำหรับก้าวต่อไป
การจัดงาน “วันอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ประจำปี ๒๕๖๙” จึงเป็นทั้งวาระแห่งการรำลึกถึงรากฐานและเจตนารมณ์ของการจัดการศึกษาพระพุทธศาสนา และเป็นพื้นที่สำหรับร่วมกันทบทวน เรียนรู้ และมองไปข้างหน้า เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยให้สามารถ ยืนหยัดบนรากฐานพระพุทธศาสนา พร้อมปรับตัวและก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และผู้มีเกียรติเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง
