๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ — ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ข้อกำหนดมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ว่าด้วยการจัดตั้งส่วนงาน (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นการยกระดับสถาบันวิจัยจากสถาบันวิจัยญาณสังวร จัดตั้งเป็น “สถาบันวชิรญาณสังวร” ในฐานะส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย
การจัดตั้งสถาบันวชิรญาณสังวรในครั้งนี้ มีเหตุผลสำคัญสืบเนื่องจากในพุทธศักราช ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาพระอัฐิ สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระราชกรรมวาจาจารย์ เมื่อครั้งทรงผนวช ขึ้นเป็น “สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร” มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัยจึงเห็นสมควรจัดตั้งสถาบันวชิรญาณสังวรขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม การบริการวิชาการ และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยมุ่งเน้นการพัฒนาปัญญาและคุณธรรมตามหลักศาสนาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ทั้งนี้ ข้อกำหนดดังกล่าวกำหนดให้ สถาบันวชิรญาณสังวร เป็นส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย โดยมีภารกิจสำคัญ ดังนี้
- จัดทำนโยบาย แผน ยุทธศาสตร์ และทิศทางการวิจัยและการบริการวิชาการ ด้านพระพุทธศาสนา ปัญญา และคุณธรรม เพื่อเสนอต่อมหาวิทยาลัยและสภามหาวิทยาลัยตามหน้าที่และอำนาจ
- ดำเนินการวิจัยและนวัตกรรม จัดทำฐานข้อมูลผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย รวมทั้งสนับสนุนและเผยแพร่ผลงานวิจัย นวัตกรรม และการบริการวิชาการ
- ดำเนินการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ด้วยวิธีการที่หลากหลายและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายในบริบทสังคมร่วมสมัย
- กำกับดูแลจริยธรรมและคุณภาพการวิจัย ของบุคลากรและนักศึกษามหาวิทยาลัย รวมถึงการสร้างนวัตกรรมและการบริการวิชาการที่มีความโปร่งใส คำนึงถึงผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อคณะสงฆ์ ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ตลอดจนการประเมินผลกระทบของผลงานวิจัยและนวัตกรรม
- สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัย การบริการวิชาการ และนวัตกรรม กับสถาบันการศึกษา หน่วยงานของรัฐ และภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
- จัดให้มีระบบบริหารงานวิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา ที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานทางวิชาการ
การยกระดับสถาบันวชิรญาณสังวร นับเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัยในการยกระดับบทบาทด้านการวิจัยและบริการวิชาการทางพระพุทธศาสนา ควบคู่กับขับเคลื่อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในกลุ่มที่มุ่งพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักศาสนา เพื่อประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน
